“น็อต–ดร.ปวิน” ส.ก.บางคอแหลม เสนอสภา กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกระดับพื้นที่เชื่อมต่อรถ–เรือให้สะดวกและปลอดภัย ชี้ท่าเรือหลายแห่งอยู่ใกล้ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังขาดการปรับปรุงดูแลและใช้งานไม่เต็มศักยภาพ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดร.ปวิน แพทยานนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางคอแหลม ทีมคนทำงาน เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและระบบเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ดร.ปวินกล่าวว่า แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร อีกทั้งยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงควรได้รับการพัฒนาให้เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.ปวินอ้างข้อมูลจากรายงานท่าเทียบเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ประจำปี 2568 ของกรมเจ้าท่า ว่า พื้นที่กรุงเทพฯ มีท่าเทียบเรือกว่า 78 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า เอกชน และกรุงเทพมหานคร โดยหลายแห่งไม่มีเรือให้บริการ ขณะที่บางแห่งอยู่ระหว่างปรับปรุง
สำหรับการใช้บริการ ดร.ปวินระบุว่า เรือด่วนเจ้าพระยามีผู้โดยสารมากกว่า 16,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 เคยมีผู้โดยสารมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี จึงเห็นว่าควรศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางฟื้นศักยภาพการเดินทางทางน้ำให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
ดร.ปวินกล่าวต่อว่า ปัจจุบันท่าเรือและโป๊ะเทียบท่าบางแห่งถูกละเลยหรือไม่มีการใช้งาน ทั้งที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีศักยภาพเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น ป้ายรถประจำทาง ท่ารถตู้ และจุดจอดจักรยานสาธารณะ หากพัฒนาพื้นที่เหล่านี้อย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้
พร้อมยกตัวอย่างท่าเรือในเขตบางคอแหลม 3 จุด ได้แก่ ท่าวัดราชสิงขร ซึ่งเป็นท่าปลายทางของเรือด่วนเจ้าพระยา ท่าวัดวรจรรยาวาส ซึ่งอยู่ใกล้พระนอนองค์ใหญ่และศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม. และท่าถนนตก ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยระบุว่าท่าเรือบางแห่งยังใช้งานไม่เต็มศักยภาพ แม้อยู่ใกล้ชุมชนและสถานที่สำคัญ
สำหรับข้อเสนอในการศึกษาและพัฒนา ดร.ปวินแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การทบทวนและศึกษาจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมเจ้าท่า หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเจ้าของท่าเรือ รวมถึงท่าเรือในความดูแลของ กทม.
ประเด็นที่สอง คือการผลักดันให้ออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือและพื้นที่โดยรอบให้มีภูมิทัศน์เหมาะสม เข้าถึงสะดวก และปลอดภัย โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแต่ละพื้นที่
ประเด็นสุดท้าย คือการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณเชื่อมต่อท่าเรือที่อยู่ในอำนาจของ กทม. เช่น ทางเดินมีหลังคา ไฟส่องสว่าง กล้อง CCTV ป้ายบอกทาง และป้ายข้อมูลท่องเที่ยว ตลอดจนจัดระเบียบจุดเชื่อมต่อรถโดยสาร รถสองแถว และรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
ดร.ปวินเห็นว่า การพัฒนาท่าเรือต้องดำเนินควบคู่กับการปรับปรุงพื้นที่เชื่อมต่อ เพื่อให้การเดินทางทางน้ำยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมือง
#ปวินแพทยานนท์ #สกบางคอแหลม #ทีมคนทำงาน #สภากรุงเทพมหานคร #ท่าเรือเจ้าพระยา #ขนส่งทางน้ำ #การเดินทางไร้รอยต่อ #กรุงเทพมหานคร